Joomla Templates and Joomla Extensions by JoomlaVision.Com
Product to buy: BTICINO - Thursday, 03 November 2016 12:35
Product to buy: WALL SWITCH AND SOCKET - Wednesday, 19 October 2016 12:29
Product to buy: proof light fixture/ceiling light - Tuesday, 27 September 2016 15:24
Product to buy: LEAF BRAND LED Lighting - Tuesday, 15 March 2016 10:14
Product to buy: UPS - Thursday, 28 January 2016 11:43
Product to buy: ApeosPort-V series - Thursday, 03 December 2015 13:51
Product to buy: Superflex - Thursday, 03 December 2015 13:40
Blue Grey Red

Hot News

Joomla Templates and Joomla Extensions by JoomlaVision.Com

download






เตรียมพบกับงานแสดงเครื่องจักรอุตสาหกรรมและงานขนส่งลำเลียงเพื่อการจัดเก็บครั้งที่3

ได้ในปี2018 ที่อิมแพคเมืองทองธานี ภายในงานนี้ท่านจะได้พบกับสินค้าอุตสาหกรรม พร้อมใจกันลดราคา 30%-70%

เครื่องจักรประเภทต่างๆ อุปกรณ์ในการการขนย้ายถ่ายโอนทุกชนิด งานบรรจุภัณฑ์และงานจัดเก็บ รวมไปจนถึงเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Click

Thailand Energy Efficiency Week 2017 กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่11-13 พฤษภาคม 2560 อาคารชาเลนเจอร์ 1

ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม Click





“ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI)” บทพิสูจน์วิสัยทัศน์ “PTTGC” บริษัทของคนไทย ในวันนี้และอนาคต



ในแวดวงธุรกิจชั้นนำระดับสากลต่างก็รู้จักถึงความสำคัญของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices :DJSI ) ที่มีการประเมินโดย RobecoSAM  และนำมาใช้ในการวัดผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development : SD) และได้รับการยอมรับในระดับโลก    DJSI จึงเป็นดัชนีหลักทรัพย์ที่ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก เป็นเกณฑ์ที่กองทุนทั่วโลกใช้ในการพิจารณาการลงทุนโดยมั่นใจว่าบริษัทที่ได้รับการรับรอง DJSI จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน

ด้วยเหตุนี้บริษัทในตลาดทุนหลายแห่งทั่วโลกจึงต่างมุ่งหวังที่จะได้รับคัดเลือกให้ติดอันดับ DJSI ในแต่ละปี แต่จำนวนบริษัทเหล่านี้มีเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่สามารถฝ่าด่านขึ้นมาได้ 

ทั้งนี้เนื่องจาก DJSI คือการจัดอันดับความยั่งยืนทางธุรกิจระดับโลก  ที่ไม่ได้คำนึงถึงเพียงแนวทางด้านธุรกิจเท่านั้นแต่ยังมองครอบคลุมไปยังเรื่องของสังคมและสิ่งแวดล้อม ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เช่น จรรยาบรรณทางธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain ) เป็นต้น


ในปีนี้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC บริษัทของคนไทย ได้รับคัดเลือกและถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 บริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemical Sector) ต่อเนื่อง  2  ปีซ้อน 

เมื่อย้อนไปดูวิธีการประเมินและจัดอันดับ DJSI จะพบว่าไม่ง่ายเลยที่จะก้าวมาถึงจุดนี้เพราะต้องผ่านการคัดเลือกจากบริษัทในตลาดทุนทั่วโลกที่เป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนประมาณ 2,500—3,000 ราย และประเมินผลจากข้อมูลของบริษัทเพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียงบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างชัดเจน

จากกลุ่มผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ จำนวน 93 บริษัท จากนั้นถูกคัดเลือกเพียง 10% ที่มีความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มนี้มีผู้นำระดับโลกเพียง 11 บริษัทเท่านั้น  และ PTTGC  เป็น 1 ใน 11 ในบริษัทชั้นนำ เมื่อเทียบกับทั่วโลกและยังเป็นหนึ่งเดียวในเอเชียที่ถูกจัดอันดับเป็นปีที่  2 ติดต่อกัน      อันเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในระดับสากลต่อการทุ่มเทในการดำเนินงานเพื่อสร้างความสมดุลใน 3 ประเด็นหลักตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนี้





เศรษฐกิจ- คิดค้นนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ตามความต้องการของลูกค้า  สอดรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก (Innovation and Product Development) ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Products)  เช่น ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบทางการเกษตร (Bioplastics) ชนิด Polylactic Acid (PLA) เป็นต้น

สังคม
- สร้างการยอมรับและความไว้วางใจจากชุมชนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น นำไปสู่การเติบโตไปด้วยกันระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนด้วยแนวคิด Creating Shared Value (CSV) ผ่านโครงการ CSR ในรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและสังคมที่แท้จริง เช่น โครงการด้านการศึกษา : การจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระยอง (RAIST) และโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KWIT)  เป็นต้น

สิ่งแวดล้อม- ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Process)   โดยการติดตั้งตัวหน่วยดักจับไอไฮโดรคาร์บอน (Vapor Recovery Unit :VRU)  ที่จะปล่อยสู่บรรยากาศและติดตั้งหอเผาระบบปิดระดับพื้นดิน (Enclosed Ground Flare :EGF) ช่วยลดเขม่าและควันจากการเผาไหม้ เป็นต้น

 

ปัจจัยสำคัญที่ PTTGC สามารถก้าวมายืนในจุดนี้ เริ่มต้นนับตั้งแต่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อ 19 ตุลาคม 2554 เพื่อก้าวขึ้นเป็นแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของ กลุ่ม ปตท. ด้วยกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ รวม 8.8 ล้านตันต่อปี และกำลังการกลั่นน้ำมันดิบและคอนดอนเสท รวม 280,000 บาร์เรลต่อวัน   ส่งผลให้เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจรที่ใหญ่สุดในไทย และเป็นบริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สะท้อนวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต
พร้อมกับกำหนดพันธกิจที่สำคัญ ได้แก่ ผู้ถือหุ้น (Shareholder) : ส่งมอบผลตอบแทนที่เป็นธรรมและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ด้วยการบริหารผลประกอบการที่เป็นเลิศอย่างน่าเชื่อถือ สังคม (Society) : ผสานความรับผิดชอบต่อสังคมและความใส่ใจสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน คู่ค้า (Business Partner) : เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแก่คู่ค้าด้วยสินค้าและบริการเชิงนวัตกรรม และสุดท้าย คือ พนักงาน (Employee) : สร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ด้วยบรรยากาศการทำงานที่เป็นสุข ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรให้ความเป็นเลิศอย่างมืออาชีพ

ปี 2558 ภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงฟื้นตัวอย่างช้าๆ จึงนับเป็นความท้าทายสำคัญของ PTTGC ในการดำเนินงาน ที่มุ่งมั่นดูแล ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมๆ กัน เพื่อสร้างความเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน